ภาวะสมองล้า ภัยเงียบของวัยเรียนและวัยทำงาน ที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะสมองล้า

ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) มีสาเหตุเกิดจากการทำงานหนักของสมอง ที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการเรียน ผู้ที่มีอาการที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ เลยก็คือ มีอารมณ์แปรปรวน หรือมีความผิดปกติในการทำงานของสมอง เช่น ความจำไม่ดีชั่วขณะหนึ่ง แม้ว่าอาการเหล่านี้จะหายได้เอง แต่ถ้าหากมีภาวะสมองล้าบ่อยครั้ง ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอันตรายได้เหมือนกัน เช่น เกิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และสมองเสื่อมก่อนวัย ได้ด้วย

ภาวะสมองล้า คืออะไร

ภาวะสมองล้า

ความหมายของ ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) คืออาการที่เกิดจากสมองทำงานหนักมากเกินไปสะสมเป็นเวลานานจนส่งผลต่อสมองในส่วนของสารเคมี ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าระหว่างเซลล์ระบบประสาท ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดภาวะเหมือนมีหมอกมาบดบังการทำงานของสมอง เป็นที่มาของชื่อ “Brain Fog Syndrome” ถึงแม้อาการจะไม่อันตราย แต่หากปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะทำให้เสี่ยงโรคอื่น ๆ ตามมา แน่นอนว่ามันสามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้

สาเหตุของการเกิดภาวะสมองล้า

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน หรือวัยเรียน โดยร่างกายจะแสดงออกได้แตกต่างกันไปตามแต่บุคคล สาเหตุส่วนใหญ่จะมี ดังนี้

  • เกิดความเครียดมากเกินไป ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด เสี่ยงต่อการเป็นภาวะสมองล้า
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ และการขาดการออกกำลังกาย
  • ได้รับคลื่นแม่เหล็กจากการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์มากเกินไป
  • การทำงานของฮอร์โมนที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะ ฮอร์โมนไทรอยด์
  • โรคบางชนิดที่เป็นเรื้อรัง ก็ส่งผลทำให้ความเสี่ยงภาวะสมองล้ามีมากขึ้นได้เช่นกัน
  • เกิดจากสารพิษที่สะสมในร่างกายมาเป็นเวลานาน เช่น สารโลหะหนัก การปนเปื้อนที่อยู่ในอาหาร หรือมลพิษในอากาศ

นอกจากนี้ ภาวะสมองล้าอาจจะเกิดจากภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารบางประเภทได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน หรือสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

อาการของการเป็นภาวะสมองล้า

อาการทางสมองจากภาวะสมองล้า

พบบ่อยในเรื่องของ การมีปัญหาด้านความจำ สมาธิสั้น หรือไม่ค่อยมีสมาธิสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ คิดได้ช้าลง อาการเหล่านี้ส่งผล สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ อาจทำงานลำบากมากขึ้น

แสดงอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดจากภาวะสมองล้า

ผู้ที่มีภาวะสมองล้า มักจะแสดงอาการนอนไม่หลับ จนทำให้หลายคนกลายเป็น โรคนอนไม่หลับ ได้ หรือปวดศีรษะแบบเรื้อรัง มีอารมร์หงุดหงิดง่าย และทำให้สายตาอ่อนล้า

ภาวะสมองล้าต่างจากภาวะหมดไฟหรือไม่

ภาวะสมองล้า กับ ภาวะหมดไฟ

การเกิด ภาวะสมองล้า เกิดจากภาวะทางกายภาพของสมองทำงานหนักมากเกินไป เมื่อเป็นแล้วจะส่งผลต่อสภาพร่างกาย แต่ภาวะหมดไฟเป็นภาวะด้านจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นจากภาวะการทำงานที่หนักมากเกินไป ส่งผลต่อความรู้สึก คิดว่าตนเองไม่มีความสุขกับการทำงาน รู้สึกว่าไม่อยากทำงานไม่ได้ และจะส่งผลต่อสภาพร่างกายโดยตรงเหมือนภาวะสมองล้า

หากคุณคิดว่ากำลังหมดไฟ ลองดูวิธีแก้ หมดไฟในการทำงาน ควรทำอย่างไร

ถ้าเป็นภาวะสมองล้าอันตรายหรือไม่

แม้ว่า ภาวะสมองล้าจะไม่ได้อันตรายมากนัก แต่การปล่อยให้ตัวเองเกิดภาวะสมองล้าบ่อยๆ ก็จะทำให้เสี่ยงโรคอื่นตามมาในภายหลัง และมีอันตรายต่อร่างกายได้ ที่เกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทในสมอง โรคที่ตามมาก็จะมี โรคเบาหวาน โรคอ้วน ยิ่งสะสมไปนานวัน การทำงานของสมองก็จะแย่ลง จนอาจทำให้เกิด โรคอัลไซเมอร์ สมองเสื่อมก่อนวัยควร โรคพาร์กินสัน สำหรับเพศหญิงจะมีส่วนทำให้เกิดความเสี่ยงประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นต้น

วิธีรักษาและการป้องกันภาวะสมองล้า

จัดการตารางงานและสิ่งแวดล้อมใหม่

ถ้าคุณอยู่ในช่วงที่มีงานมากขึ้น บางคนอาจจะต้องทำงานหลายงานในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าทำให้สมองทำงานหนักมากขึ้น จนเสี่ยง ภาวะสมองล้า ในที่สุด วิธีแก้ไข ก็คือการจัดตารางงานใหม่ ทำงานทีละชิ้น และกำหนดเวลาในการทำให้ชัดเจน พร้อมปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้เป็นระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม

รู้จักผ่อนคลายตัวเอง 

พยายามหากเวลาให้ร่างกายได้ผ่อนคลายระหว่างทำงานบ้าง ออกจาหน้าคอมฯ เพื่อพักสายตาหรือลุกเดินเปลี่ยนท่านั่งทุกๆ 1-2 ชั่วโมง หากรู้สึกว่าไม่มีสมาธิทำงาน ลองทำสมาธิด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ ดูบ้างสัก 2-3 นาที เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดจนส่งผลเสียต่อสมอง

พยายามไม่รับข่าวสารที่ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย

ลองพักจากการเล่นโซเชียลดูบ้าง หลายคนเมื่อเครียดจากงาน มักจะหยิบโทรศัพท์เข้าเล่นโซเชียล บางครั้งอาจจะเจอกับข่าวสารที่ทำให้ไม่สบายตลอดทั้งวันได้ ดังนั้นควรงดการเล่นโซเชียลแล้วทำกิจกรรมอื่นที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายตนเอง

ดูแลตนเองให้มากขึ้น 

ควรให้เวลาในการนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 7 ชั่วโมงขึ้นไป พร้อมกับทานอาหารที่มีประโยชน์ บำรุงสมอง เน้นผักผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ และอาหารเสริม วิตามินต่าง ๆ มากขึ้น รวมไปถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลสุขอนามัย ซึ่งสิ่งพื้นฐานเหล่านี้สามารถช่วยรักษาและต่อต้านภาวะสมองล้าได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ หากิจกรรมสนุกเพื่อกระตุ้นอารมณ์ดีของคุณ ไม่ว่าจะดูรายการทีวี หนังตลก เล่นเกมส์อย่าง แทงหวย หรือ เกมส์ออนไลน์ ต่าง กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้

ภาวะสมองล้า เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะวัยทำงานและวัยเรียน ถึงแม้อาการจะสามารถหายได้ในเวลาต่อมา แต่หากไม่ใส่ใจอาจมีโรคอื่น ๆ ตามมาในภายหลังได้ ดังนั้นไม่ควรมองข้าม ควรหาเวลาเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ไม่ให้สมองทำงานหนักมากเกินไป ไม่ว่าจะวัยทำงาน หรือวัยเรียน การเป็นภาวะสมองล้าสามาถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นควรรู้วิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า