โควิดสายพันธุ์อินเดีย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์นี้อันตรายแค่ไหน

โควิดสายพันธุ์อินเดีย

โควิดสายพันธุ์อินเดีย กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับทั่วโลก เพราะตอนนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์นี้ ได้คร่าชาวอินเดียไปแล้วจำนวนมาก และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทะลุวันละ 4 แสนราย

COVID-19 นี้จะกลายกลายพันธุ์อยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ Double Mutant และTriple Mutant Variant ซึ่งเป็นอันตรายกว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดิม เพราะด้วยการระบาดอย่างหนักในประเทศอินเดีย ตอนนี้ทำให้การแพทย์ทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจ เพื่อที่จะการศึกษาและเตรียมรับมือป้องกันอย่างเร่งด่วน

โควิดสายพันธุ์อินเดีย คืออะไร

โควิดสายพันธุ์อินเดีย

โควิดสายพันธุ์อินเดียคือ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ถูกตรวจพบครั้งแรกในประเทศอินเดีย เมื่อเดือนตุลาคมปี 2563 เชื้อไวรัสโควิดตัวนี้ได้ถูกตั้งชื่อว่า “B.1.617” จากการศึกษาของแพทย์ในทางทฤษฎี พบว่าการกลายพันธุ์ของ โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ในครั้งนี้มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีนที่มีอยู่ลดลงได้ แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันทฤษฎีดังกล่าวอย่างแน่ชัด

การกลายพันธุ์ของ เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย

เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย

  • โควิดสายพันธุ์อินเดียกลายพันธุ์ 2 จุด (Double Mutant)

    คือ E484Q และ L452R ส่งผลให้มีความสามารถในการกระจายตัวที่สูงมากขึ้น

  • โควิดสายพันธุ์อินเดียกลายพันธุ์ 3 จุด (Triple Mutant Variant)

    เป็นเชื้อชนิดที่เรียกว่า B.1.618 หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า “โควิดสายพันธุ์เบงกอล” เกิดจากการหายไปของหนามโปรตีนตำแหน่ง H146 และ Y145 และมีกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484K และ D614G ทำให้ตัวไวรัสสามารถยึดเกาะเซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ทำให้การกระจายและแพร่ระบาดของเชื้อเร็วขึ้นนั่นเอง

อาการของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์จากอินเดียนี้ ส่วนใหญ่จะมีอาการหายใจไม่ออกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่แสดงอาการป่วย ซึ่งมีความแตกต่างจากการแพร่ระบาดครั้งแรกที่ผู้ป่วยจะรู้สึกหายใจไม่ออกสัปดาห์ที่ 2

อาการหายใจไม่ออกนี้ เกิดจากภาวะพายุไซโตไคน์ (Cytokine Storm) คือภาวะการหลั่งไซโตไคน์ออกมาจำนวนมากซึ่งเกิดจากการอักเสบ ส่งผลต่อการทำงานของระบบดูดซึมออกซิเจนในร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะระดับออกซิเจนต่ำ การแพร่ระบาดในรอบนี้ อินเดีพบว่า ผู้ติดเชื้อ COVID19 ต้องการออกซิเจนทันทีมากถึง 54.5% มากกว่ารอบแรกที่มีผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจน 41.1% จึงทำให้เราเห็นข่าวภาวะขาดแคลนและมีการปล้นถังออกซิเจนจากโรงพยาบาลในประเทศอินเดีย

หลายคนสงสัยเรื่องของอาการที่แสดงออกว่าเราจะติดเชื้อไวรัสนี้หรือเป็นแค่อาการของภูมแพ้อากาศ สามารถเข้ามาเช็คความแตกต่างของผู้ป่วยทั้งสองโรคนี้ได้ที่ ภูมิแพ้อากาศ หรือ โควิด 19

การแพร่ระบาดของ โควิดกลายพันธุ์ของอินเดีย อันตรายแค่ไหน

เนื่องจากการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียที่จุด E484K มีผลต่อการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มได้พอๆกับ โควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์บราซิล ล่าสุดมีการตรวจพบเชื้อไวรัสชนิดนี้ในมาเลเซียแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด เพราะติดกับทางภาคใต้ของประเทศไทย ดังนั้นก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดสายพันธุ์นี้เข้าไทย หรือป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดไปมากกว่านี้ จึงมี่การเตรียมตัวระแวดระวังโควิดสายพันธุ์นี้ให้ดี เพราะการระบาดอย่างหนักในประเทศอินเดียยังทำให้สาธารณสุขทั่วโลกจับตามองตลอดเวลา

วิธีการป้องกันโควิดสายพันธุ์อินเดีย

วิธีการป้องกัน โควิดสายพันธุ์อินเดีย

ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังแน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองตามมาตรการที่เราคุ้นชินกัน และระวังไม่ให้การ์ดตก ดังนี้

  • สวมหน้ากากอนามัย
  • ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • รักษาระยะห่างกับผู้อื่น
  • ไม่ชุมนุมหรือรวมกลุ่มกัน
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19

ไม่ว่าจะเป็น โควิดสายพันธุ์อินเดีย หรือสายพันธุ์ไหนก็ตาม สิ่งที่เราสามารถทำเองได้ในตอนนี้ก็คือ การมีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข จะส่งผลดีต่อทั้งตัวเราและผู้อื่น ร่วมกับการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้อยู่ตลอด ถือเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงเชื้อโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี หมั่นออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง คลิ๊กดูวิธีออกกำลังกายแบบง่ายๆได้ที่ วิธีออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

รวมถึงดูแลสุขภาพจิตใจ ไม่เครียดหรือวิตกมากเกินไป หากิจกรรมสนุกๆ อยู่บ้าน อย่างเช่นเล่นเกมออนไลน์ สล็อต เกมยิงปลา หรือ แทงบอล100 ที่ได้ทั้งความสนุกและได้เงินไปพร้อมกัน คุ้มค่าแน่นอน