มนุษย์ออฟฟิศ เมื่อรู้สึก หมดไฟในการทำงาน ควรทำอย่างไร

มนุษย์ออฟฟิศ เมื่อรู้สึก หมดไฟในการทำงาน ควรทำอย่างไร

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงเคยมีอาการ “ Burnout Syndrome ” หรืออาการหมดไฟมาเยือน        Burnout Syndrome  ไม่ใช่โรคซึมเศร้า แต่เป็นภาวะ หมดไฟในการทำงาน หมด Passion  คล้ายๆ จะหมดแรง ประมาณว่า  “ ฉันเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป ฉันเหมือนคนกำลังจะตายที่ขาดอากาศจะหายใจ ” ซึ่งภาวะหมดไฟนี้ก็เป็นหนึ่งในอาการเริ่มต้นที่จะนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้

5 วิธีแก้อาการ หมดไฟในการทำงาน ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนใหม่

ด้วยภาวะสังคมที่มีความกดดันและความคาดหวังสูง แน่นอนว่ามันนำพามาซึ่งความเครียด มองไปทางไหนก็มีแต่งาน ความเครียดก็เลยตกมาอยู่ที่มนุษย์แรงงานตัวน้อยๆ ใน ออฟฟิศอย่างเรา ไหนจะเจ้ากรรมนายเวรที่มาในรูปแบบของเพื่อนร่วมงานงานอีก สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราหมดไฟในการทำงาน ทั้งนั้น แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้นะคะ เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะเปลี่ยนคนหมดไฟให้กลายเป็นคนไฟแรง

  1. ตั้งคำถามและหาเหตุผล

หมดไฟในการทำงาน

การหาเหตุผลคือการหาเหตุแห่งทุกข์ค่ะ เมื่อเราหาเหตุเจอแล้วเราจะได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดและรู้วิธีว่าเราควรแก้แบบไหน พร้อมกับตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงหมดไฟ ทำไมเราถึงเบื่องาน ค่อย ๆ แก้ไปทีละจุด และเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะได้คำตอบพร้อมกับคุณที่เป็นคนใหม่ เพราะคุณได้ก้าวข้ามผ่านปัญหาไปได้นั่นเอง

  1. หาอะไรใหม่ ๆ ทำ

หาอะไรใหม่ ๆ ทำ

เจอสิ่งเดิม ๆ ทำเรื่องเดิม ๆ ทุกวัน เป็นใครก็ต้องเบื่อใช่ไหมล่ะคะ ลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำดูค่ะ อย่างเช่น ลองเปลี่ยนบรรยากาศโต๊ะทำงาน เปลี่ยนร้านข้าวที่เคยสั่งประจำ เปลี่ยนกิจกรรมระหว่างทำงาน ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเจอหนทางที่ใช่สำหรับคุณก็ได้

  1. ทำงานแต่พอดี

ทำงานแต่พอดี

คุณเป็นคนธรรมดานะคะ ไม่ใช่ยอดมนุษย์หรือเครื่องจักรที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เรื่องงานเก็บไว้ที่ทำงานพอค่ะ อย่าเอามันกลับบ้าน ไม่เช่นนั้นคุณจะกลายเป็นคนบ้าก่อนเป็นคนเก่ง รับงานมาแต่พอดี รู้จักปฏิเสธ พนักงานไม่ได้มีแค่เราคนเดียวนี่นา จริงไหม

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ

พักผ่อนให้เพียงพอ

ยังคงย้ำคำเดิมว่าการพักผ่อนคือทางออกสำหรับทุกสิ่ง เมื่อร่างกายเราได้พัก สมองเราก็ได้พักด้วย เพราะการที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ นั่นหมายถึงว่าการใช้ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสมาธิ สุขภาพกาย หรือสุขภาพจิต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้ามาได้ที่ วิธีดูแลสุขภาพ 

  1. ปรึกษาจิตแพทย์

ปรึกษาจิตแพทย์

เหลือเกิน หากเราปล่อยให้อาการ Burnout Syndrome เรื้อรังมานานเกินกว่าจะฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง การพบจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีเสมอ อย่าเก็บความเครียดและความรู้สึกเลวร้ายนี้ไว้คนเดียวเลยนะคะ เราเชื่อว่าทุกปัญหาถ้าให้คนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาช่วย ปัญหาทุกอย่างมันจะคลี่คลายค่ะ

อาการ “ Burnout Syndrome ” หรืออาการ หมดไฟในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย แต่ถ้าเราปล่อยไว้ ไม่ได้รับการแก้ไข แน่นอนค่ะว่าคนที่เหนื่อยที่สุดก็คือตัวเราเอง ดังนั้นการยอมรับว่าทุกคนล้วนแต่ต้องเจอปัญหา ทุกคนย่อมมีความเครียดเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ดี และสิ่งที่ดีที่ว่านี้คือการยอมรับความจริงและยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองค่ะ ใครที่มีอาการนี้อยู่ก็ลองทำตามวิธีนี้ดูนะคะ รับรองว่าไฟในตัวคุณจะกลับมาร้อนแรงเหมือนเดิม

felidtag