หญ้าหวาน สารให้ความหวานสำหรับคนลดน้ำหนัก กับประโยชน์เกินคาด

ใครที่กำลังอยากจะลดน้ำหนัก อยากหุ่นสวย แต่ยังติดทานหวาน เราขอแนะนำสารให้ความหวานที่ตอบโจทย์คุณที่สุดในตอนนี้ คือ หญ้าวาน  พืชที่มีความหวานอยู่ในตัว แต่รู้หรือไม่ว่าสารให้ความหวานในตัวพืชชนิดนี้มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ลดความอ้วน และคนที่อยากลดการบริโภคน้ำตาล ที่มาของ หญ้าหวาน หญ้าหวาน คือพืชที่มีถิ่นกำเนิดในชนพื้นเมืองแถวอเมริกาใต้ เป็นยาสมุนไพรโบราณ ที่มีมานานกว่า 1,500 ปี โดยเฉพาะในประเทศปารากวัยและบราซิล ใช้ผสมอาหาร หรือเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน หรือชงเป็นชา ที่เรียกว่า “มะเตะ” และในแถบเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกที่ใช้สารสกัดจากหญ้าหวาน โดยนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ผักดอง ซีอิ้ว เต้าเจี้ยว เป็นต้น ในประเทศไทย หญ้าหวานถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อปี 2518 โดยทดลองปลูกในภาคเหนือ ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน และถูกจัดให้เป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งของไทย สรรพคุณของหญ้าหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้กับผู้ป่วนเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ช่วยบำรุงตับ...

อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน อากาศเปลี่ยนจะได้ไม่ป่วย ลดความเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19

ช่วงเปลี่ยนฤดูอย่าง หน้าร้อนเข้าสู่หน้าฝน หรือหน้าฝนเข้าสู่หน้าหนาว หลายคนเจอกับปัญหาไม่สบายขึ้นมาง่ายๆ เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน วิธีง่ายๆ ในการป้องกันตัวเองที่ใครก็สามารถทำได้ก็คือ การมองหา อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหาร วัตถุดิบ หรืออาหารเสริม จะดีไม่น้อยหากคุณป้องกันตั้งแต่แรก ยิ่งในตอนนี้ COVID-19 กำลังระบาด การทำให้รางกายแข็งแรงเข้าไว้ จะทำให้ไม่ติดเชื้อได้ง่าย และผลดีอื่นๆ ก็จะตามมาอีกมากมาย อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน มีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดีกว่ากัน อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน ที่ว่ามานี้เราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ซึ่งเหมาะสำหรับทุกคนสามารถหาได้ง่ายๆ ตามความเหมาะสมและความสะดวกของแต่ละคน มีดังนี้ เมนูอาหารสร้างภูมิคุ้มกัน เริ่มกันที่ เมนูอาหารที่สร้างภูมิคุ้มกัน โชคดีที่ประเทศไทยมีเมนูอาหารไทยที่ปรุงด้วยวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางสารอาหารอย่างดีจำนวนมาก รวมไปถึงการใส่สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเข้าไปในอาหาร เมนูแนะนำสำหรับทำให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้น มีดังนี้ ต้มยำกุ้ง วัตถุดิบที่มาประกอบเป็นต้มยำกุ้งหนึ่งชามนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิดที่นอกจากจะให้ความหอม ความอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ใบมะกรูด หอมแดง มีสารเคอร์ซีติน , เห็ด มีสารเบต้ากลูแคน แกงส้มมะรุม...

Hospitel กับ โรงพยาบาลสนาม สถานที่รักษาคนป่วยโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร

หลังจากที่มีการระบาดระลอก 3 ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย กับการประสบปัญหาของเตียงในโรงพยาบาลหลายแห่งเต็ม ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยทั้งหมดได้ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ทำให้มีสถานรักษาพยาบาลเฉพาะกิจที่ชื่อว่า Hospitel กับ โรงพยาบาลสนาม เกิดขึ้น แต่สถานที่ทั้งสองนั้นมีเงื่อนไขในการรับผู้ป่วย หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทั้ง 2 สถานที่นี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร Hospitel คืออะไร Hospitel คือ เป็นคำเรียกที่ใช้ 2 คำรวมกัน ระหว่าง Hospital (โรงพยาบาล) + Hotel (โรงแรม) หรือโรงแรมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เป็นการจัดตั้งเฉพาะกิจเพื่อรองรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัส CIVID-19 โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ป่วยมีอาการน้อยหรือไม่รุนแรง เพื่อลดปัญหาในส่วนของสถานที่รักษาในโรงพยาบาลที่ไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่มีเพิ่มขึ้นในตอนนี้ โดยในโรงพยาบาลจะมีไว้เพื่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก การดำเนินการ Hospitel จะเป็นการจัดการระหว่างธุรกิจโรงแรมกับโรงพยาบาล โดยภายในสถานที่นั้นจะมีแพทย์และพยาบาลดูแลโดยตรง เกณฑ์รับผู้ป่วยโควิด19 เข้ารักษาใน Hospitel ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 4-7 วันแล้วไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ให้พักรักษาตัวต่อที่ Hospitel จนครบ...

Home Isolation วิธีดูแลตัวเองที่บ้านของผู้ป่วยโควิด -19 ต้องทำอย่างไร

สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยในตอนนี้ มีติดเชื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการขาดแคลนเตียงในโรงพยาบาล จึงได้มีการทำโครงการ Home Isolation ขึ้นมา ดังนั้นเรามาดูรายละเอียดของโครงการนี้กันดูว่า คืออะไร เหมาะสมกับผู้ป่วย COVID-19 ในระดับใด มีวิธีการรักษาอย่างไร Home Isolation คืออะไร Home Isolation (HI) คือ แนวทางการดูแลตัวเองที่บ้านของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสถานการณ์ที่เตียงในโรงพยาบาลไม่เพียงพอ โดยมีการคัดเลือกผู้ติดเชื้อที่ไม่ค่อยมีอาการให้รักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน หรือสถานที่เฉพาะที่จัดไว้ให้แทนการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยจะได้รับการช่วยเหลือและการติดตามอาการจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ โดยจะใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่า ผู้ติดเชื้อโควิด19 ระดับใดถึงจะให้ทำ Home Isolation ดังนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวแล้ว หมายถึงผู้ที่รักษาตัวแล้วประมาณ 7-10 วันในโรงพยาบาล และได้รับการยืนยันจากแพทย์แล้วว่าสามารถรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังรอเตียงในโรงพยาบาล หมายถึงผู้ป่วยที่ผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าเหมาะสม หรือผู้ป่วยสีเขียว คือมีอาการไม่หนักมาก มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไม่ได้กลิ่น ไม่รับรส...

วิตามินดี อาหารเสริมที่ขาดไม่ได้ในช่วง COVID-19 ระบาด

เชื่อว่าหลายคนรู้เรื่องราวของ วิตามินดี กันน้อยมาก และไม่ค่อยให้ความสนใจกับมันมากนัก เพราะความรู้พื้นฐานง่ายๆ เกี่ยวกับวิตามินตัวนี้ก็คือ มันอยู่ในแสงแดด หากต้องการเติม Vitamin D ให้กับร่างกาย เราก็ควรเดินไปเผชิญหน้ากับแสงแดด แต่เคยคิดไหมว่าร่างกายของคนเรานั้นต้องการวิตามินดีมากน้อยแค่ไหน แล้วถ้าหากว่าเราอยู่ในภาวะขาดวิตามินดีนั้นจะอันตรายหรือไม่ โดยเฉพาในยุคของ COVID-19 ระบาดนี้ วิตามินดีถือว่าเป็นตัวที่สำคัญอย่างมากที่จะช่วยลดความรุนแรงของไวรัสตัวนี้ได้ ดังนั้นเรามาทำความรู้จัก วิตามิน D กันมากขึ้นดีกว่า วิตามินดี มีประโยชน์ต่อร่างกายยังไง ประโยชน์ของ วิตามินดี คือ ทำหน้าที่ในการดูดซึมแคลเซียม เพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกบาง และกระดูกพรุน คุณสมบัติพิเศษของ vitamin D อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยก็คือ ในตัววิตามิน D นั้นมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศ มันจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูก เพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและยังป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย นอกจากนี้ วิตามินดียังมีสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาคุกคามร่างกายได้ด้วย เช่น เชื้อแบคทีเรีย...

มารู้จัก วิตามินซี ให้ดีเสียก่อน พร้อมแนะนำวิธีทานยังไง ให้ได้ผลดีที่สุด

วิตามินซี (Vitamin C) คือหนึ่งในอาหารเสริมที่ทุกคนรู้จักกันดี และคงจะทราบดีว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันไข้หวัด และแน่นอนว่าประโยชน์ที่เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ เลยก็คือ ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวพรรณ แต่หลายคนเองก็ยังไม่รู้จักวิตามินตัวนี้ดีพอเพราะถ้าพูดถึงทางการแพทย์ การทานวิตามินซี ให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าใครมีปัญหาสุขภาพด้านใด และแต่ละปัญหานั้นจะทานในปริมาณเดียวกันและรูปแบบเดียวกันไม่ได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีทานให้ถูกต้องและเหมาะกับร่างกายของแต่ละคนกันดีกว่า ปริมาณวิตามินซี ที่ร่างกายควรได้รับ ถ้ายึดหลักศาสตร์การชะลอวัย คนเราจะต้องได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลกรัม ซึ่งปริมาณนี้จะช่วยเรื่องของภูมิต้านทานและผิวพรรณที่กระจ่างใด แต่สำหรับผู้ที่เป็นไข้หวัดหรือภูมิแพ้จะต้อง ทานวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัมขึ้นไปต่อวัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ถ้าหากต้องการรู้ปริมาณวิตามินซีที่แน่ชัดว่าร่างกายของคุณนั้นจะต้องได้รับเท่าไหร่ถึงจะดีที่สุด จะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทาน วิตามินซี มีกี่ชนิด Vitamin C แบบอัดเม็ด วิตามิตซีแบบอัดเม็ด ส่วนมากจะมีปริมาณตั้งแต่ 25 – 1,000 มิลลิกรัม แต่ส่วนใหญ่จะมีให้เลือกอยู่ 2 ขนาดก็คือ 500 กับ 1,000 มิลลิกรัม โดยการทำงานของวิตามินซีในรูปแบบนี้จะค่อยๆ ละลาย ทำให้ออกฤทธิ์ได้นาน...

วัคซีนโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพป้องกันโควิดระดับไหน และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna COVID-19 Vaccine) เป็นหนึ่งทางเลือกของการฉีดวัคซีนที่หลายๆ คนกำลังเฝ้ารอกันอยู่ เพราะเนื่องด้วยที่ผ่านมาเป็นวัคซีนที่ให้ความสนใจว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดสูง และก็ได้รับการรับรองขากมาตรฐานสากล และ อย.ประเทศไทย โดยได้ระบุว่าวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18ปีขึ้นไป ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวจะต้องได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อนที่จะทำการฉีด ที่มาของ วัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนโมเดอร์น่า ผลิตด้วยบริษัท ModernalTX , Inc ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นวัคซีนชนิด mRNA-1273 ซึ่งเป็นวัคซีนที่แตกต่างจากชนิดเชื้อตาย และเชื้อไม่ตายที่มีอยู่ในตอนนี้ โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อส่วนหนามของเชื้อไวรัสโควิด ทำให้วัคซีนตัวนี้เป็น วัคซีนความหวังของไทย หากต้องการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ละคนจะต้องเข้ารับการฉีดทั้งหมด 2 เข็มด้วยกัน ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ของ Moderna Vaccine หลังจากที่ร่างกายได้รับ Moderna Vaccine เข้าไปแล้ว จะมีการกระตุ้นโดยโปรตีนหนาม เพื่อให้ร่างกายได้สร้างแอนตี้บอดี้เพื่อป้องกันส่วนหนามที่เป็นส่วนทำให้เชื้อโควิดผ่านเข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์น่า เพิ่มเติม ดังนี้ หารับวัคซีนโมเดอร์นาครบ 2 เข็ม จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่านี้ได้...

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทย เผยความจริงเกี่ยวกับการรักษาโควิด-19 ได้จริงหรือ?

ฟ้าทะลายโจร (andrographis paniculata) คือสมุนไพรไทย มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกว่า ฟ้าทะลาย หญ้ากันงู น้ำลายพังพอน เมฆทะลาย ฟ้าสะท้าน ที่เชื่อว่าหลายคนได้ยินชื่อเสียงกันมานาน เกี่ยวกับการบรรเทาอาการไข้หวัด และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวออกมาว่า สมุนไพรฟ้าทะลายโจร สามารถใช้กับผู้ป่วยที่ติดไวรัสโควิด-19 โดยช่วยลดความรุนแรงของอาการลงได้ ทำให้เกิดกระแสตามล่าหายาสมุนไพรชนิดนี้จนขาดตลาดกันไปช่วงหนึ่ง หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามันสามารถป้องกันได้จึงคิดว่าซื้อมาทานป้องกันไว้ดีกว่า เรียกง่ายๆ ว่ากินเป็นอาเสริม นั่นเอง ซึ่งในภายหลังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงเรื่องเข้าใจผิดเหล่านี้แล้ว จากนี้เรามาทำความเข้าใจกันใหม่ว่า สมุนไพรไทยที่มีชื่อว่าฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณทางยายังไง และรักษา COVID-19 ได้จริงหรือไม่ สรรพคุณของ ฟ้าทะลายโจร คืออะไร สรรพคุณของ ฟ้าทะลายโจร คือ เป็นสมุนไพรที่ฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด เจ็บคอและแก้ไอ โดยให้ใช้ทันทีหลังเริ่มมีอาการไอ แสบคอ เจ็บคอ มีรสขม จัดอยู่ในกลุ่มยาเย็น ถูกขึ้นบัญชีหลักยาแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2542 ของกระทรวงสาธารณสุข ทางกรมการแพทย์แผนไทยและกรมการแพทย์ทางเลือก แนะนำว่าหากใช้ติดต่อกัน 3 วัน...

เชื้อราดำ คืออะไร โรคอันตรายที่มากับ COVID-19 ในอินเดีย

เชื้อราดำ หรือโรคราดำ เชื้อราที่สามารถลุกลามกินเนื้อเยื่อในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งมีผลทำให้เสียชีวิตสูงมาก เป็นโรคที่กำลังระบาดหนักในประเทศอินเดีย ที่ต้องเผชิญกับช่วงวิกฤติของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ COVID 19 ในตอนนี้ เชื้อราดำ คืออะไร สำหรับเชื้อราดำ (Black Fungus) หรือ โรคราดำมรณะ คือโรคที่เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในธรรมชาติ ที่มีชื่อว่า “Mucormycosis” สามารถพบได้ในดิน หรือ อินทรีวัตถุที่เกิดการเน่าเปื่อย เช่น ซากไม้ , ใบไม้ หรือ ผักผลไม้เน่าแล้ว รวมไปถึง ปุ๋ยหมัก ตัวเชื้อราจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลออกดำ จึงได้ถูกเรียกว่าเชื้อราดำ เชื้อราชนิดนี้มีคุณสมบัตรที่สามารถเติบโตได้รวดเร็วมากในอุณภูมิร่างกายของมนุษย์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนได้ มีผลต่อคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือร่างกายอ่อนแอนั่นเอง หากเข้าสู่ร่างกายแล้ว เชื้อราตัวนี้จะแพร่กระจายได้เร็วจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้มากถึง 50%  ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในประเทศอินเดียตอนนี้ อินเดียกำลังวิกฤติกับ เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย โรคเชื้อราดำ หรือ ราดำมรณะ เข้าสู่ร่างกายคนได้อย่างไร โรคราดำมรณะ...

ภาวะสมองล้า ภัยเงียบของวัยเรียนและวัยทำงาน ที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) มีสาเหตุเกิดจากการทำงานหนักของสมอง ที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการเรียน ผู้ที่มีอาการที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ เลยก็คือ มีอารมณ์แปรปรวน หรือมีความผิดปกติในการทำงานของสมอง เช่น ความจำไม่ดีชั่วขณะหนึ่ง แม้ว่าอาการเหล่านี้จะหายได้เอง แต่ถ้าหากมีภาวะสมองล้าบ่อยครั้ง ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอันตรายได้เหมือนกัน เช่น เกิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และสมองเสื่อมก่อนวัย ได้ด้วย ภาวะสมองล้า คืออะไร ความหมายของ ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) คืออาการที่เกิดจากสมองทำงานหนักมากเกินไปสะสมเป็นเวลานานจนส่งผลต่อสมองในส่วนของสารเคมี ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าระหว่างเซลล์ระบบประสาท ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดภาวะเหมือนมีหมอกมาบดบังการทำงานของสมอง เป็นที่มาของชื่อ “Brain Fog Syndrome” ถึงแม้อาการจะไม่อันตราย แต่หากปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะทำให้เสี่ยงโรคอื่น ๆ ตามมา แน่นอนว่ามันสามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของการเกิดภาวะสมองล้า ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน หรือวัยเรียน โดยร่างกายจะแสดงออกได้แตกต่างกันไปตามแต่บุคคล สาเหตุส่วนใหญ่จะมี ดังนี้ เกิดความเครียดมากเกินไป...