ชาปลายนิ้ว เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ แล้วรักษายังไง

ชาปลายนิ้ว

หนึ่งในอาการบาดเจ็บของร่างกายที่วัยทำงานมักจะเริ่มเจอกันมากขึ้นก็คืออาการ ชาปลายนิ้ว ซึ่งอาจเกิดข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปลายนิ้วโดยเฉพาะคนที่มักจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พิมพ์งาน นอกจากจะต้องบำรุงสายตาแล้ว นิ้วมือก็สำคัญ หากเกิดอาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณเตือนอันตรายกว่าที่คิด ดังนั้นเรามาดูกันว่า อาการชาที่ปลายนิ้ว เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่และมีวิธีรักษายังไง

อาการชาปลายนิ้ว เป็นยังไง

ชาปลายนิ้ว

  • ชาปลายนิ้ว ทำให้ไม่มีความรู้สึก เหน็บชา หรือจนไม่มีแรง
  • เจ็บแปลบคล้ายกับถูกเข็มหลายๆ เล่นตำที่ปลายนิ้วตลอดเวลา
  • ปวดแสบปวดร้อนตรงปลายนิ้ว

ชาปลายนิ้ว แบบนี้ต้องไปพบแพทย์

หากรู้สึกว่าอาการ ชาปลายนิ้ว เริ่มหนักมากขึ้น หรืออาจจะมีอาการอื่นๆ ตามมา อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับตัวคุณ มาดูกันว่าต้องระดับไหนถึงจะไปพบแพทย์

  • รู้สึกชาไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หรือชาไปทั่วร่างกาย
  • มีอาการ ชาที่ปลายนิ้ว เป็นเวลานานไม่หายสักที หรืออาการหนักขึ้นกว่าเดิม
  • ชาปลายนิ้ว บ่อยๆ เป็นๆ หายๆ
  • รู้สึกชาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น ชาเพียงนิ้วเดียว
  • ผู้ที่มีอาการเหล่านี้รู้สึกว่าเป็นแล้วรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกหงุดหงิด และทำกิจกรรมและเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวกเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่เป็นบ่อยๆ ควรเข้าพบแพทย์และขอความช่วยเหลือ เพราะถ้าหากปล่อยไว้จนอาการรุนแรงกว่าเดิมอาจมีอันตรายได้ เพราะอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนอาการป่วนที่อันตรายได้ เช่น ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน กล้ามเนื้ออ่อนแรงกะทันหัน วิงเวียนศีรษะ มึนงง และอาจเกิดอาการอัมพาตได้

สาเหตุของการเกิดอาการ ชาปลายนิ้ว

อาการชาปลายนิ้ว เกิดจากเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงส่วนมือหรือเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากสมองเพื่อควบคุมการทำงานและรับรู้ความรู้สึกของมือและนิ้วถูกกดทับจนได้รับการกระทบกระเทือนหรือเกิดความเสียหาย อักเสบและอาจจะเป็นสัญญาณเตือนโรคต่างๆ เหล่านี้ด้วย

  • โรคการกดทับเส้นประสาทข้อมือ เส้นประสาทที่รับรู้ความรู้สึกบริเวณมือถูกกดทับหรืออุดตัน ทำให้มีอาการชาปลายนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลาง
  • กระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากเส้นประสาทบริเวณคออักเสบหรือถูกกดทับ มีอาการชาคล้ายกับโรคกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
  • โรคเรย์นอด หลอดเลือดแดงเล้กที่นิ้วเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดไม่สามารถหล่อเลี้ยงนิ้วมือได้ จึงทำให้เกิดอาการชา มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดด้วย
  • โรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวาน จะมีภาวะอาการเส้นประสาทเสียหายบริเวณข้อมือและเท้า ทำให้มีอาการชาที่ปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้า
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการอักเสบบวม เจ็บปวดบริเวณข้อต่อกระดูก ทำให้เกิดอาการชาเหมือนเข็มตำ หรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณมือและนิ้วมือ

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากโรคอื่นๆ ที่ทำให้ประสาทเสียหายจนทำให้รู้สึกชาที่ปลายนิ้วได้ เช่น โรคพิษสุราเรื้อรัง มีซีสต์ที่ข้อมือ กระดูกข้อมือแตกหัก โรคจีบีเอส หรือกิลแลง บาร์เร ซินโดม การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โรคเอ็มเอส โรคเรื้อน ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน โรคไลม์ หรือ ภาวะขาดวิตามิน B-12 เป็นต้น

วิธีรักษาอาการชาปลายนิ้ว

อาการชาปลายนิ้ว

  • หยุดพักกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเจ็บหรือชาปลายนิ้ว อย่างการเล่นเกมในเว็บ sbo
  • ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ไม่ใส่กางเกงหรือเสื้อรัดจนเกินไป
  • ยืดเส้นยืดสาย ขยับปลายนิ้วมือ แขน ขา หรือหากนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานจนรู้สึกชาปลายนิ้ว ให้เริ่มขยับแขนขาบ่อยมากขึ้น
  • เล่นโยคะ หรือบริหารร่างกาย รวมไปถึงออกกำลังกายบ่อยๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท และระบบเลือดในร่างกายไหลเวียนไดดีขึ้น
  • เมื่อมีอาการชาให้ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่มีอาการ

หากทำสิ่งเหล่านี้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการบ่อยๆ ไม่ควรละเลย รีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและรักษาดีกว่าเพื่อ ชาปลายนิ้ว ไม่ได้เป็นอาการที่ควรมองข้าม ยิ่งไปกว่านั้นยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ทำอะไรไม่สะดวกเหมือนเดิม ส่งผลต่ออารมณ์ของคุณได้อีกด้วย

วิธีป้องกันอาการชาที่ปลายนิ้ว

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ
  • ควบคุมอาการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะวิตามิน B-12 หรือรับประทานอาหารเสริมต่างๆ
  • หากต้องนั่งทำงานหรือทำกิจกรรมใดๆ เป็นเวลานาน เช่นนั่งเล่นเกม สล็อต999 ในเว็บ sbobet asia ในท่าและตำแหน่งเดิมๆ ควรหมั่นขยับหรือเปลี่ยนท่าและหยุดพักบ้าง เช่นระยะทุก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ให้หยุดพัก ยืดเส้นยืดสายบ้าง
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น หมอนรองข้อมือในขณะพิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ด
  • หากมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทต้องทานยาและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • งดดื่มหรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์